Bone · กระดูก

มวลกระดูกเปลี่ยนแปลงไปตามอายุอย่างไร

Bone & Joint Health

5 นาที · 2 มิถุนายน 2569

มวลกระดูกเปลี่ยนแปลงไปตามอายุอย่างไร

มวลกระดูกเปลี่ยนแปลงไปตามอายุอย่างไร และทำไมการดูแลกระดูกและข้อต่อควรเริ่มก่อนที่จะรู้สึกถึงปัญหา

หลายคนเริ่มสนใจกระดูกและข้อต่อเมื่อมีอาการ ปวดเข่า ปวดหลัง เดินไม่คล่อง หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่ความจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของกระดูกและข้อต่อเริ่มเกิดขึ้นก่อนที่เราจะรู้สึกถึงอาการได้ 

เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการสร้างและสลายกระดูกจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง หากการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างเป็นเวลานาน มวลกระดูกจะลดลง ทำให้กระดูกเปราะและเสี่ยงต่อการหักได้ง่ายขึ้น ขณะที่ข้อต่อก็มีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งานและอายุเช่นกัน

ดังนั้น การดูแลกระดูกและข้อต่อจึงไม่ควรรอจนเริ่มปวด แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่เรายังเดิน วิ่ง ยกของ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

🦴 กระดูกไม่ได้ “อยู่เหมือนเดิม” ตลอดชีวิต

ลองนึกภาพกระดูกของเราเหมือน บ้านที่มีการซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา

ร่างกายมีทั้งกระบวนการ สร้างกระดูกใหม่ และ สลายกระดูกเก่า เพื่อปรับโครงสร้างให้เหมาะกับการใช้งาน เมื่อยังอายุน้อย กระบวนการสร้างกระดูกมักทำได้ดี แต่เมื่ออายุมากขึ้น สมดุลนี้อาจเปลี่ยนไป ทำให้มวลกระดูกค่อย ๆ ลดลง

สิ่งที่น่าสนใจคือ เราอาจไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงนี้เลย

ภาวะกระดูกพรุนจำนวนมากไม่มีอาการในระยะแรก และบางคนเพิ่งทราบเมื่อเกิดกระดูกหัก โดยบริเวณที่พบการหักได้บ่อย ได้แก่ ข้อมือ สะโพก และกระดูกสันหลัง

เพราะฉะนั้น “ไม่ปวด” ไม่ได้หมายความว่ากระดูกยังแข็งแรงเหมือนเดิมเสมอไป

🦵 กระดูกกับข้อต่อไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

คำว่า “กระดูกและข้อ” มักถูกพูดรวมกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละส่วนที่ทำงานร่วมกัน

กระดูก ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลัก ช่วยพยุงร่างกายและปกป้องอวัยวะสำคัญ ส่วน ข้อต่อ เป็นบริเวณที่กระดูกหลายชิ้นมาเชื่อมต่อกัน ทำให้เราสามารถงอ เหยียด เดิน หรือเคลื่อนไหวร่างกายได้

เมื่ออายุมากขึ้น ข้อต่อก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งานเป็นเวลานาน รวมถึงพฤติกรรมบางอย่างที่เพิ่มแรงกระทำต่อข้อ เช่น การใช้งานข้อหนักเกินไป น้ำหนักตัวมาก หรือการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม

พูดง่าย ๆ คือ กระดูกคือ “โครงสร้าง” ข้อต่อคือ “จุดเชื่อมที่ทำให้เราเคลื่อนไหว”

เราจึงควรดูแลทั้งสองส่วนไปพร้อมกัน

🥛 แคลเซียมสำคัญ แต่ไม่ได้มีแค่ “กินแคลเซียมแล้วจบ”

เมื่อพูดถึงกระดูก หลายคนจะนึกถึง แคลเซียม เป็นอันดับแรก และแคลเซียมก็เป็นสารอาหารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและความแข็งแรงของกระดูก

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การดูแลกระดูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับแคลเซียมเพียงอย่างเดียว

วิตามินดีมีบทบาทสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียมและการนำไปใช้ในร่างกาย ขณะที่การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและการมีกิจกรรมทางกายก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพกระดูกเช่นกัน

แหล่งอาหารที่มีแคลเซียม เช่น

🥛 นมและผลิตภัณฑ์จากนม

🐟 ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานได้ทั้งกระดูก

🫘 ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

🥬 ผักใบเขียวบางชนิด

🌱 งาและอาหารที่มีแคลเซียม

ดังนั้น แทนที่จะมองเพียงว่า “วันนี้กินแคลเซียมหรือยัง?” ลองเปลี่ยนเป็น “วันนี้เราได้รับสารอาหารที่ช่วยดูแลกระดูกครบหรือยัง?”

☀️ วิตามินดีมีบทบาทมากกว่าที่คิด

วิตามินดีไม่ได้มีความสำคัญแค่เรื่องกระดูก แต่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมแคลเซียม การทำงานของกล้ามเนื้อ และการทรงตัวด้วย

ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีจากการได้รับแสงแดด และยังได้รับจากอาหารบางชนิดได้เช่นกัน

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ การออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเหมาะสม มีประโยชน์มากกว่าการได้ออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ปริมาณแสงแดดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สีผิว เวลา และสภาพแวดล้อม จึงไม่ควรใช้การตากแดดเป็นเวลานานเพื่อหวังเพิ่มวิตามินดีโดยเฉพาะ

🚶 ยิ่งไม่ขยับ กระดูกและกล้ามเนื้อก็ยิ่งไม่ได้รับการกระตุ้น

อีกเรื่องที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงคือ การไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานานก็ส่งผลต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายที่เหมาะสมช่วยกระตุ้นการทำงานของกระดูกและช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ขณะเดียวกันกล้ามเนื้อที่แข็งแรงยังช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวและการทรงตัว ซึ่งมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงจากการหกล้ม

ตัวอย่างกิจกรรมที่ทำได้ เช่น เดินเร็ว • ปั่นจักรยาน • ไทเก๊ก • เต้น • ฝึกแรงต้าน • โยคะ

โดยควรเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับวัย สุขภาพ และสภาพร่างกายของแต่ละคน การออกกำลังกายในผู้สูงอายุควรเลือกให้เหมาะสม ไม่หักโหมหรือเพิ่มแรงกระแทกต่อข้อเกินความจำเป็น

💡 เรื่องที่หลายคน “เพิ่งรู้” เกี่ยวกับกระดูก

  • กระดูกพรุนอาจไม่มีอาการจนกระทั่งกระดูกหัก

นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมการดูแลกระดูกตั้งแต่ยังไม่มีอาการจึงสำคัญ เพราะในระยะแรกเราอาจไม่สามารถรู้ได้จากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว และในคนที่มีความเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาตรวจความหนาแน่นของกระดูกด้วย DEXA เพื่อประเมินสุขภาพกระดูก

  • ข้อเสื่อมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนอายุมาก

ข้อเข่าเสื่อมมักสัมพันธ์กับอายุและการใช้งาน แต่การใช้งานข้อไม่ถูกต้องหรือการบาดเจ็บบางชนิดก็สามารถเร่งให้เกิดข้อเสื่อมก่อนวัยได้

  • การดูแลกระดูกต้องเริ่มก่อนวันที่มีปัญหา

เพราะมวลกระดูกและความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงในวันเดียว แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามอายุ พฤติกรรม และปัจจัยต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งที่เราทำเป็นประจำในวันนี้จึงมีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูกในระยะยาว


💚 แล้ววันนี้เริ่มดูแลกระดูกและข้ออย่างไรดี?

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดในวันเดียว ลองเริ่มจาก 4 เรื่องง่าย ๆ

🥗 กินให้ครบและหลากหลาย

ใส่ใจแหล่งแคลเซียม โปรตีน และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

🚶 ขยับร่างกายเป็นประจำ

เลือกการเดินเร็ว ฝึกแรงต้าน โยคะ ไทเก๊ก หรือกิจกรรมที่เหมาะกับตัวเอง

☀️ ใส่ใจวิตามินดี

ได้รับจากอาหารและแสงแดดอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงขาดวิตามินดีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

⚖️ ดูแลน้ำหนักและการใช้งานข้อ

หลีกเลี่ยงการใช้งานข้อหนักเกินไป และเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกาย


สรุป 

กระดูกที่แข็งแรงไม่ได้เกิดจากการดูแลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นผลจากอาหารที่เหมาะสม การได้รับแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตที่เหมาะสมร่วมกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารอให้กระดูกหรือข้อส่งสัญญาณเตือนแล้วค่อยเริ่มดูแล เพราะสุขภาพของกระดูกและการเคลื่อนไหวในอนาคต เริ่มสร้างพื้นฐานได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำในทุกวันนี้


References

  1. https://www.si.mahidol.ac.th/th/tvdetail.asp?tv_id=210&utm_source=
  2. https://www.si.mahidol.ac.th/th/tvdetail.asp?tv_id=210&utm_source=
  3. https://si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=783&utm_source=
  4. https://si.mahidol.ac.th/th/siacg/knowledge_detail.asp?id=124&utm_source=
  5. https://www2.si.mahidol.ac.th/division/nursing/sins/attachments/article/212/sins_nursing_manual_2557_24.pdf?utm_source=

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ได้ทดแทนการปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ